วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พลินวาน หัวหิน




 สถานที่สำหรับเข้าไปซึมซับบรรยากาศความสุขสไตล์ย้อนยุค เกิดขึ้นจากความตั้งใจที่จะให้เป็นศูนย์รวมแห่งความสุข และการเรียนรู้รากเหง้าการดำเนินชีวิตแบบดั้งเดิมในวันวาน ตามสโลแกน "Play and Learn ในวันวาน" โดยเพลินวานถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นย่านการค้าย้อนยุคที่มีชีวิต ด้านในเป็นที่ตั้งร้านค้าต่าง ๆ กว่า 40 ร้าน เรียงรายให้ได้ชมกันอย่างเพลิดเพลิน ทั้งร้านอาหาร, ร้านกาแฟ, ร้านเสื้อผ้า, ร้านโชว์ห่วย และร้านขายเทปคลาสสิก ฯลฯ ซึ่งแต่ละร้านจะมีการออกแบบเน้นสไตล์ย้อนยุคด้วย




          เวลาเปิด-ปิด : เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. วันศุกร์ เปิดเวลา 10.00-24.00 น. วันเสาร์เปิดเวลา 09.00-24.00 น. และวันอาทิตย์เปิดเวลา 09.00-22.00 น. (โดยไม่เสียค่าเข้าชม)
          ที่อยู่ : ซ.38 ใกล้เขตพระราชวังไกลกังวล ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

แหล่งที่มา https://encrypted-tbn2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcQS0QQG2FRsG-IW-jce-k_Q-7rCqJNGBpEqZCEEdwSO3e_74uSK
ตลาดน้ำหัวหิน




 เป็นอีกหนึ่งตลาดน้ำตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากหัวหิน มีการออกแบบในสไตล์โคโลเนียล ที่จะได้สัมผัสบรรยากาศสุดคลาสสิกแห่งวันวาน ด้วยการเนรมิตพื้นที่กว่า 40 ไร่ และด้วยสถาปัตยกรรมและการตกแต่งในสไตล์หัวหินย้อนยุค ซึ่งประยุกต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การเที่ยวของคนยุคใหม่ เพื่อให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองหัวหิน ที่ผู้มาเยือนจะได้ทั้งพักผ่อนและสนุกกับกิจกรรมกลางแจ้งแบบครบรส นอกจากนี้ ยังมีร้านค้ามากมาย ที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งไม่รู้เบื่อ แถมด้วยการเติมพลังงานกับอาหารเลิศรสท่ามกลางบรรยากาศกลางน้ำแบบสบายๆ สะอาด และไม่แออัด แวะไปเติมความสนุกสนานและถ่ายรูปที่ฟาร์มด้านหลังของ พายเรือ ชมความงามของอาคารอันสวยงามสุดคลาสสิก



          เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ เวลา 09.30-07.00 น.
          ที่อยู่ :  99/9 ม.3 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
แหล่งที่มา http://www.touronthai.com
ตลาดน้ำสามพันนาม




ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม เป็นตลาดน้ำในบรรยากาศรัตนโกสินทร์ย้อนยุคสมัยรัชกาลที่ 6 ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์หัวหินแบบใหม่ ที่เน้นโทนสีขาวและแดง คล้าย ๆ สถานีรถไฟหัวหิน ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 100 ไร่ มีร้านค้าทั้งหมด 193 ร้าน และเรือขายสินค้า 40 ลำ อีกทั้งตลาดยังถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา และติดแหล่งน้ำธรรมชาติอย่าง "ลำห้วยสามพันนาม" จึงทำให้มีบรรยากาศเย็นสบาย ร่มรื่น เป็นธรรมชาติในแบบที่ไม่ต้องปรุงแต่งมากนัก แถมยังมีการแสดง โชว์แสง สี เสียง อันตระการตาให้ชมทุกวัน ในส่วนของอาหารการกิน ที่ตลาดน้ำหัวหินสามพันนามที่ทั้งอาหารคาวหวานให้เลือกชิม เลือกรับประทานมากมาย โดยจะนั่งที่ซุ้มมุงริมน้ำ หรือเดินไปนั่งรับประทานที่โต๊ะญี่ปุ่นเล็ก ๆ มีเสื่อปูให้นั่งสบาย ๆ ก็ได้ นอกจากนี้ ยังมีสินค้าอื่น ๆ ทั้งเสื้อผ้า, กระเป๋า, ของที่ระลึก รวมทั้งสินค้าแฮนด์เมดอีกด้วย



          เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการเข้าเยี่ยมชมฟรีทุกวัน วันธรรมดา เวลา 09.00-20.00 น., วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดเวลา 09.00-21.00 น. 
          ที่อยู่ :  88/8 ม.13 ถ.หนองหอยทับใต้ ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
แหล่งที่มา http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2012/03/E11779796/E11779796-11.jpg

เวเนเซียหัวหิน



เวเนเซีย หัวหิน เป็นช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ที่สร้างขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นโครงการที่จำลองเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี มาไว้ที่เมืองไทย โดยภายในโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกสามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการสัมผัสความเป็นเวนิสได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมีการจำลองจัตุรัสเซ็นต์มาร์ค (St. Mark Square) และหอระฆัง (Bell Tower) สัญลักษณ์ของเมืองเวนิส ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลกมาไว้ที่ด้านหน้าโครงการ เพื่อเป็นลานกิจกรรมขนาดใหญ่ และจุดชมวิวอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นเวนิส คือ คลองแกรนด์คาแนล (Grand Canal) ความยาวกว่า 200 เมตร ที่มีเรือกอนโดลาล่องไปในบรรยากาศเสมือนอยู่ในเวนิสจริง ๆ ส่วนทางด้านสถาปัตยกรรมการออกแบบอาคารในแต่ละโซนจะมีรูปแบบสีสันที่แตกต่างกัน โดยล้อไปกับสถาปัตยกรรมในแต่ละเกาะของเมืองเวนิส ล้อมรอบด้วยการจัดวางภูมิทัศน์ที่งดงาม ประกอบด้วยสวนดอกไม้นานาพรรณ ลานน้ำพุ และงานประติมากรรมที่บ่งบอกความเป็นเวนิสอย่างแท้จริง  


แหล่งที่มา http://www.stock2morrow.com/attachment.php?attachmentid=182284
             
                 
      


สถานีรถไฟหัวหิน




          หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอำเภอหัวหิน ซึ่งเอกลักษณ์ของสถานีรถไฟแห่งนี้ คือ พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ เป็นพลับพลาจัตุรมุข สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพลับพลานี้มีไว้ในการที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าฯ เสด็จประทับทอดพระเนตรกองเสือป่าและลูกเสือทั่วประเทศทำการฝึกซ้อมยุทธวิธีเป็นประจำทุกปี หลังจากสิ้นรัชสมัยของพระองค์ การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงได้รื้อถอนมาเก็บไว้ และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 จึงได้มีการนำเครื่องอุปกรณ์ก่อสร้างของพลับพลาสนามจันทร์มาปลูกสร้างขึ้นใหม่ที่หัวหิน เพื่อเป็นที่ประทับขึ้นและลงรถไฟของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมตั้งชื่อใหม่ว่า “พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ” ซึ่งถือเป็นสถานีรถไฟที่เชิดหน้าชูตาของชาวอำเภอหัวหิน และยังเป็นที่เก็บหัวรถจักรไอน้ำเก่าที่การรถไฟฯ สั่งซื้อมาจากประเทศอังกฤษ อีกทั้งยังเคยวิ่งให้บริการในเส้นทางรถไฟก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกด้วย
 



          นอกจากนี้ ในบริเวณใกล้เคียง ๆ ยังมีสถานที่ตั้งของห้องสมุดรถไฟ ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟหัวหิน โดยการนำโบกี้รถไฟอายุกว่า 50 ปี มาแปลงโฉมกลายเป็นห้องสมุดประชาชนแห่งที่ 2 ของหัวหิน ซึ่งความยาว 2 โบกี้ มีหนังสือกว่า 2,000 เล่ม 

          ที่อยู่ : ต.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
          โทรศัพท์ : 0 3251 1073

แหล่งที่มา http://travel.kapook.com/view70999.html
           http://2.bp.blogspot.com/


น้ำตกป่าละอู

น้ำตกป่าละอู อยู่ทางตอนใต้ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ในท้องที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ห่างจากหัวหินประมาณ 60 กิโลเมตร ใกล้หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.3 (ห้วยป่าเลา) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ มีความสูง 15 ชั้น ไหลลดหลั่นลงมาเป็น ทางยาว ชั้นที่ 1-3 เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ เนื่องจากน้ำตกชั้นที่สูงขึ้นไปต้องปีนป่ายไปตามโขดหินสูงชัน น้ำตกชั้นที่สวยที่สุดคือ น้ำตกชั้นที่ 7 มีแอ่งน้ำใหญ่อยู่ท่ามกลางป่าร่มครึ้ม


น้ำตกป่าละอู ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม บรรยากาศเงียบสงบ มีน้ำตลอดทั้งปี มีจุดที่สามารถลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากบริเวณน้ำตกปกคลุมด้วยป่าทึบ จึงมีฝนตกเกือบทุกวัน ช่วงที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวมากที่สุดคือระหว่างเดือน สิงหาคม ถึง มีนาคม เพราะจะมีน้ำมาก และฝนเริ่มทิ้งช่วง การเดินทางไม่ลำบากมาก ในฤดูหนาวอุณหภูมิเคยลดต่ำสุดถึง 6 องศาเซลเซียส น้ำตกชั้นแรก ๆ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก จากชั้นที่ 5 เป็นต้นไปมีขนาดสูงใหญ่ขึ้น นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะชมความงาม ของน้ำตก ถึงบริเวณชั้น 7 เท่านั้น เนื่องจากน้ำตกแต่ละชั้นสูงชัน ต้องปีนป่ายพอควร จากชั้นที่ 7 เป็นทางสามแพร่ง หากไปทางขวาจะไป น้ำตกคลองปราณ ใช้เวลาเดินประมาณ 1 วันจึงจะถึง หากไปทางซ้ายจะเข้าเขตป่าละอูซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของชาวกะเหรี่ยง กะหร่าง จากน้ำตกชั้นที่ 15 ไปอีกไม่ไกลจะถึงเขตพรมแดนไทย-พม่า


ด้วยสภาพธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์ ทำให้น้ำตกป่าละอูเป็นแหล่งสัตว์ป่าหายากจำนวนมาก เช่น ช้างป่า กระทิง เสือดาว เลียงผา เป็นต้น สัตว์ที่พบเห็นได้ง่ายคือชะนีและค่าง นอกจากนี้นักท่องเที่ยวที่ชอบดูนก ยังสามารถดูนกระหว่างทางไปป่าละอูและ บริเวณน้ำตก นกที่พบเห็นได้ เช่น นกขุนแผนหัวแดง นกบั้งรอก นกหัวขวานใหญ่สีเทา นกคัดคูหางแพน เป็นต้น
น้ำตกป่าละอู


 


ในช่วงเดือน เดือน เมษายน ถึง กรกฎาคม ในป่าละอู อาจเห็นผีเสื้อเป็นฝูงนับร้อยตัวอยู่ตามโป่ง โดยเฉพาะตามลำธาร หรือน้ำตก เพราะอุดมไปด้วยธาตุอาหารที่ผีเสื้อต้องการ จุดดูผีเสื้อที่สำคัญ คือ สะพานข้ามห้วยชลนาฎ เป็นสะพานคอนกรีต อยู่ระหว่างทางไป น้ำตกป่าละอู ที่วังสมพง บริเวณชั้นที่ 1 ของน้ำตกป่าละอู และบริเวณฝาย 1 อยู่ใกล้ห้วย ไม่ไกลจากบ้านพักเจ้าหน้าที่ บริเวณที่ กล่าวมามีผีเสื้อหลายชนิดที่พบเห็นได้ง่าย เช่น ผีเสื้อจรกา ผีเสื้อสีอิฐธรรมดา ผีเสื้อหางแหลม หรือผีเสื้อที่หายาก เช่น ผีเสื้อเจ้าชายดำ ผีเสื้อลาย นอกจากนี้บริเวณที่กางเต็นท์ของอุทยานฯ ก็สามารถดูผีเสื้อได้เช่นกัน เพราะเป็นบริเวณที่มีลำธาร ซึ่งไหลมาจากน้ำตก ผีเสื้อในป่านี้มีให้เห็นตลอดปี แต่ช่วงที่มีมากที่สุดคือ เดือน เมษายน ถึง กรกฎาคม เวลาที่เหมาะแก่การดูผีเสื้อ คือช่วงเช้า เพราะผีเสื้อจะมาเกาะตามใบไม้เพื่อผึ่งแดดให้ร่างกายและปีกอบอุ่นแข็งแรงก่อนที่จะออกหาอาหาร
ผีเสื้อบริเวณน้ำตกป่าละอู



ฝูงผีเสื้อบริเวณถนนทางเข้าบ้านพัก

 





ที่พักน้ำตกป่าละอู


นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ ผู้ใหญ่ คนละ 40 บาท เด็ก คนละ 10 บาท บริเวณทางเข้าน้ำตกมีร้านขายอาหารและเครื่องดื่มคอยให้บริการนักท่องเที่ยว

ในกรณีที่ต้องการพักค้างแรม ทางอุทยานฯ มีบริการเต็นท์ให้เช่า คนละ 100 บาท/คน/คืน หรือ จะนำเต็นท์มาเองก็ได้ และมีบ้านพักจำนวน 4 หลัง ที่พักจะอยู่บริวเณที่หน่วยพิทักษ์อุทยานน้ำตกป่าละอู ห่างจากน้ำตกประมาณ 4 ก.ม. ติดต่อขออนุญาตพักค้างแรมในเขตอุทยานฯ ได้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานน้ำตกป่าละอู อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 77110 หรือ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โทร. (032) 459293 หรือจะติดต่อได้ที่อุทยานแห่งชาติกรมป่าไม้ บางเขน กรุงเทพฯ โทร. 561–4292 ต่อ 724-5 , 579-5734 , 579–7223
บรรยากาศที่พักน้ำตกป่าละอู



การเดินทางไปน้ำตกป่าละอู
1.โดยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองหัวหินใช้ทางหลวงหมายเลข 3219 ตรงไปตามทางจนผ่านสี่แยกหนอง พลับ ผ่านแยกบ้านห้วยผึ้ง จนถึงชุมชนบ้านฟ้าประทาน มีสามแยกถนนตัดผ่านเลี้ยวขวาไปตาม เส้นทางผ่านอ่างเก็บน้ำป่าละอูและถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียม อช. จาก ด่านฯ เป็นถนนลาดยาง 2 กม. และเป็นลูกรังอีก 2 กม. ถึงลานจอด รถใกล้ธารน้ำตก
2.รถประจำทางขึ้นรถสองแถวสายหัวหิน-บ้านป่าละอู ลงที่บ้านฟ้าประทาน แล้วเหมารถสองแถวไป ราคา 800 บาท


แหล่งที่มา http://www.paiduaykan.com/province/central/prachuapkhirikhan/palauwaterfall.html
               http://travel.kapook.com/view70999.html
            

วังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์




ถ้าอยากไปเที่ยวที่ไหนสักที่ แล้วยังนึกไม่ได้ แนะนำให้ไปเที่ยวที่วังไกลกังวล วังไกลกังวล เป็นสถานที่ที่น่าเที่ยวและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของอำเภอหัวหินที่คุณไม่ควรพลาดในการมาเที่ยวหัวหิน
เที่ยว วังไกลกังวล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์



วังไกลกังวล เป็นสถานที่ที่น่าเที่ยวและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของอำเภอหัวหิน ซึ่งวังไกลกังวล เป็นวังส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2469 เพื่อพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี โดยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จากพระคลังข้างที่ บริเวณติดทะเลริมหาดหัวหิน โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นวังที่ประทับในฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระอัครมเหสีเพียงพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

วังไกลกังวล แห่งนี้ได้รับการออกแบบในสถาปัตยกรรมสไตล์สเปน หันหน้าออกทางทะเล แต่เดิมพระราชวังแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า สวนไกลกังวล และพระตำหนักเปี่ยมสุข ก่อนมาใช้ชื่อพระราชวังไกลกังวลภายหลัง



ในรัชกาลที่ 7 ทรงออกพระนามเรียกวังแห่งนี้ว่า สวนไกลกังวล และในตราสัญลักษณ์ของวังเมื่อ พ.ศ. 2472 ได้ออกนามว่า พระราชวังไกลกังวล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีพระบรมราชโองการประกาศยกเป็นพระราชวัง ดังนั้น จึงยังคงเรียกว่า วังไกลกังวล

วังไกลกังวลตั้งอยู่ห่างจากหัวหินไปทางทิศเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร บนถนนเพชรเกษมกิโลเมตรที่ 229 ซึ่งภายในมีพระตำหนักต่างๆดังนี้

• พระตำหนักเปี่ยมสุข เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ


• พระตำหนักน้อย เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

• พระตำหนักปลุกเกษม เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

• พระตำหนักเอิบเปรม เอมปรีย์ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

ซึ่งพระตำหนักต่างๆล้อมรอบไปด้วยสวนไม้ดอกและสวนไม้ประดับนานาพันธุ์ โดยมีพื้นที่ด้านหนึ่งเป็นส่วนพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหอยนานาชนิด ทั้งหอยสวยงามและหอยหายาก

ปัจจุบันเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานฤดูร้อนของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงออกนามเรียกวังแห่งนี้ในพระราชนิพนธ์เรื่องทองแดงว่า วังไกลกังวล



วังไกลกังวล แห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา 9.00-15.15น. อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท